วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ประวัติเล็ก ๆ

วัติล็ ที่ห้ ด้รู้จั
ชื่อสกุล... นางสาวชนิดา พงษ์พานิช ชื่อเล่น... แนน
เกิดวันที่... 21 มีนาคม 2523 อายุ... 28 ปี
ส่วนสูง... 168 เซนติเมตร น้ำหนัก... 51 กิโลกรัม
ชอบ... ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
เกลียด... ความไม่เป็นธรรมในสังคม
ความฝัน... ในอนาคตอยากมีงานทำที่มั่นคง มีเงินเดือนพอเลี้ยงดูไม่ให้ผู้มีพระคุณลำบาก
ก็พอแล้ว
การศึกษา... กำลังศึกษา ป.บัณฑิต (สาขาวิชาชีพครู)
ปริญญาตรี... มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูประถัมภ์ (บธ.บ.)
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง... วิทยาลัยเทคนิคจันทบุรี (สาขาช่างก่อสร้าง)
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ... วิทยาลัยเทคนิคจันทบุรี (สาขาช่างก่อสร้าง)
มัธยมศึกษาตอนต้น... โรงเรียนแหลมสิงห์วิทยาคม อาทรสังขะวัฒนะ 4 อุปถัมภ์
ประถมศึกษา... โรงเรียนพลิ้ว
ภูมิลำเนาเดิม... ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี
ที่อยู่ปัจจุบัน... ตำบลสำพันตา อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี
สถานที่ทำงาน... สำนักงานเทศบาลตำบลนาดี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2552

ถิ่นฐานบ้านเกิด

จังหวัดจันทบุรี
จังหวัดจันทบุรี หรือเมืองจันท์เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ ดินฟ้าอากาศเอื้ออำนวยต่อการปลูกผลไม้หลายชนิด โดยเฉพาะ ทุเรียน เงาะ มังคุด และพืชผลทางการเกษตรอื่น ๆ เช่น พริกไทย ยางพารา เป็นศูนย์กลางธุรกิจด้านอัญมณี และมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็นภูเขา ป่าไม้ น้ำตก ชายทะเล และโบราณสถาน โบราณวัตถุต่างๆ
จันทบุรีเป็นเมืองเก่าแก่ เคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีการสำรวจแหล่งโบราณคดีหลายแห่งในจันทบุรี พบเครื่องมือเครื่องใช้ยุคหินขัด (อายุประมาณ 2,000 ปี) ในเขตอำเภอมะขาม อำเภอท่าใหม่ และที่ราบเชิงเขาที่บ้านคลองบอน อำเภอโป่งน้ำร้อน
เริ่มมีการตั้งเมืองครั้งแรกที่บริเวณหน้าเขาสระบาป ราวพุทธศตวรรษที่ 18 “ชาวชอง” (ชนเผ่าในตระกูลมอญ-เขมร) เป็นชนพื้นเมืองกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งรกรากอยู่ในป่าตะวันออก บริเวณจันทบุรี ตราด ระยอง โดยเฉพาะเขตป่ารอยต่อจันทบุรี-ตราด ซึ่งเป็นแหล่งของป่า และสมุนไพรที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งรง ครั่ง ขี้ผึ้ง กระวาน ไม้กฤษณา หวาย จันท์ขาว อบเชยป่า ขมิ้นหอม น้ำมันยาง เร่ว ในสมัยก่อนชาวชองดำรงชีพด้วยการเก็บของป่าขาย ปัจจุบันพื้นที่ป่าลดน้อยลง เพราะถูกหักร้าง เพื่อทำสวน ทำไร่ ถูกจับจองโดยคนไทยและคนจีน การเก็บของป่ากลายเป็นสิ่งผิดกฏหมาย นายพรานไพรต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตไปเป็นแรงงานในเมือง หรือบางส่วนยังคงทำสวนทำนากันอยู่ (ปัจจุบันชาวชองส่วนใหญ่จะอยู่ที่บ้านคลองพลู กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ)
พ.ศ. 2200 ได้ย้ายมาสร้างเมืองใหม่ที่บ้านลุ่มซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี และหลังจากกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเมื่อครั้งยังเป็นพระยาวชิรปราการ ได้นำกำลังพลประมาณ 500 คน ตีฝ่าวงล้อมพม่าออกทางทิศตะวันออกและยึดเมืองจันทบุรีไว้เป็นเวลา 5 เดือน เพื่อเป็นแหล่งสะสมเสบียงอาหารและรี้พล จากนั้นจึงนำกำลังพลทั้งไทย-จีน จำนวน 5,000 คน กลับไปกอบกู้กรุงศรีอยุธยา ในปี พ.ศ. 2310 เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นความภาคภูมิใจของชาวจันทบุรี ซึ่งเราสามารถเห็นได้จากการที่มีโบราณสถาน และอนุสรณ์สถานหลายแห่งที่มีความเกี่ยวข้อง หรือจัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ในครั้งนั้น
ต่อมาในสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ย้ายเมืองไปตั้งที่บ้านเนินวง ซึ่งอยู่ในที่สูงเพื่อเป็นที่มั่นในการป้องกันการถูกรุกรานของญวน จนกระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมืองจันทบุรี ได้ย้ายกลับมาตั้งที่บ้านลุ่มตามเดิมเนื่องจากบ้านเนินวงอยู่ไกลจากแหล่งน้ำ ในปี พ.ศ. 2436 เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส และฝรั่งเศสได้เข้ามายึดครองเมืองจันทบุรีไว้นานถึง 11 ปี จนไทยต้องยอมยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้กับฝรั่งเศสเพื่อแลกเมืองจันทบุรีกลับคืนมา
ในปี พ.ศ. 2476 ได้มีการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินขึ้นใหม่ เมืองจันทบุรีจึงมีฐานะเป็นจังหวัดมาจนถึงปัจจุบัน จันทบุรีมีพื้นที่ประมาณ 6,338 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 9 อำเภอกับ 1 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอท่าใหม่ อำเภอขลุง อำเภอแหลมสิงห์ อำเภอโป่งน้ำร้อน อำเภอมะขาม อำเภอสอยดาว อำเภอนายายอาม อำเภอแก่งหางแมว และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ

สวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสิน

สวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัด ริมถนนเรียบเนินมีเนื้อที่ประมาณ ๓๐ ไร่ มีเกาะอยู่กลางบึง ขุดขนาดกลาง ใช้ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ ของพระเจ้าตากสินมหาราช ในบริเวณบึงที่ล้อมรอบเกาะนี้ นอกจาก จะใช้เป็นที่พายเรือเล่นแล้ว ยังใช้เป็นที่เพาะพันธุ์ปลา ของประมงจังหวัดอีกด้วย




ศาลหลักเมืองจันทบุรี

ศาลหลักเมืองจันทบุรี ตั้งอยู่ในตัว เมืองจันทบุรี หน้าค่าย สมเด็จพระเจ้าตากสิน ซึ่งเป็นค่ายทหาร กองพันทหารราบที่ ๓

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัด


หาดเจ้าหลาว





วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2552

กินอย่างไรให้สุขภาพดีตามราศีเกิด ( โภชนะจักราศี )


สำหรับด้านโภชนาการกับจักราศีนั้น หากเราเข้าใจและรู้ทันในธาตุและเลือกทานอาหารให้เหมาะสมก็จะทำให้สุขภาพดี มีชีวิตที่ยืนยาวนาน

ราศีมังกร ถือว่าเด่นธาตุดิน คนราศีนี้ชอบทานอาหารง่ายๆ หรืออาหารจานเดียว ไม่ค่อยชอบอาหารที่ราคาแพงและออกใหม่ ถูกชะตากับอาหารที่มีรสฝาด มันและเค็ม หากเป็นอาหารก็จะชอบรสมัน เค็ม ส่วนผลไม้หรือเครื่องดื่มก็จะเป็นรสชาติฝาดหรือหวาน เช่น น้ำกระท้อน น้ำมะขาม น้ำลำใย อย่างไรก็ดีอาหารที่มีรสเค็มมากๆอาจทำให้ความดันโลหิตสูงมากขึ้นได้และไม่ควรบริโภคอาหารรสจัดมากๆ ส่วนอาหารมันๆก็ต้องระวังเรื่องไขมันในเลือดด้วย

ราศีกุมภ์ ถือว่าเด่นธาตุลม คนราศีนี้มักชอบการดูแลสุขภาพตัวเองและมักมีการใช้พลังงานสูงในแต่ละวัน และไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องน้ำหนัก ดังนั้นชาวราศีนี้จะชอบทานอาหารและเครื่องดื่มที่ให้พลังงานมากเช่น อาหารจำพวกไขมันสูง เครื่องดื่มพวกแอลกอฮอล์ หรือรสเผ็ดร้อน อาทิ น้ำขิง น้ำข่า น้ำตะไคร้ อย่างไรก็ดีเพื่อสุขภาพ ควรจำกัดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์มืนเมาและอาหารที่มีคอเลสเตอรอลที่มากเกินไป

ราศีมีน ถือว่าเด่นธาตุน้ำ คนในราศีนี้รักความรื่นรมย์ในชีวิต ชอบการกินการดื่มถือได้ว่าเป็นนักชิมและไม่ชอบการลดน้ำหนัก ชาวราศีนี้ชอบอาหารและเครื่องดื่มรสเปรี้ยวและขม เช่น น้ำสับปะรด น้ำองุ่น น้ำลิ้นจี่หรือน้ำมะม่วง สำหรับชาวมีนทุกคนต้องระวังในเรื่องของลำไส้ใหญ่ ควรทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่นข้าวซ้อมมือ ผลไม้พร้อมเปลือก ผักสดต่างๆ
ราศีเมษ ถือว่าเด่นธาตุไฟ คนในราศีนี้ชอบกินอาหารที่ซ้ำๆ ไม่ชอบหลากหลาย มักไม่ค่อยละเอียดเรื่องการกินบางทีทำงานจนลืมกินข้าวก็มี ธาตุนี้ชอบรสจืด หรือผลไม้รสหอมเย็น เช่นเครื่องดื่มพวกน้ำแตงไทย มะพร้าว น้ำว่านหางจรเข้ ส่วนอาหารรสจืดเช่น พวกผักและอาหารชนิดซุป หรือเต้าหู้ ชาวเมษต้องระวังเรื่องโรคกระเพาะอาหาร ทานอาหารให้คบทุกมื้อและครบทุกหมู่ไม่ควรซ้ำอยู่อย่างเดียว
ราศีพฤษภ ถือว่าเด่นธาตุดิน ชาวราศีนี้จะรักการกินมาก ชอบกินของแปลกใหม่ถึงขั้นคิดสูตรอาหารใหม่ๆอยู่ตลอด มักไม่ชอบลดอาหารแต่ไม่ถึงกับปล่อยให้อ้วนมาก ชอบอาหารหวาน มัน เค็ม ชาวพฤษภไม่ถูกกับอาหารรสเผ็ด อย่างไรก็ดีควรลดวามหวานของอาหารที่ทานด้วยเพราะมักมีผลต่อโรคประจำตัว เช่นอาจจะเป็นโรคเบาหวานได้ง่าย
ราศีเมถุน ถือว่าเด่นธาตุลม ชาวราศีนี้เป็นคนขี้เบื่อง่าย ชอบเปลี่ยนแปลงเมนูอาหารเรื่อยๆ ชอบการกินน้อยๆแต่บ่อยครั้งเพราะจะได้ลองทานอาหารหลายๆแบบ คนในราศีนี้ชอบอาหารรสเผ็ดร้อน จึงต้องระวังเรื่องโรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือดด้วยเพราะเสี่ยงสูง อีกทั้งต้องหลีกเลี่ยงอาหารพวกไขมันสูงเช่นเนื้อนมไข่ อีกด้วย

ราศีกรกฏ ถือว่าเด่นธาตุน้ำ ชาวกรกฏชอบอะไรที่ธรรมดา ธรรมชาติซึ่งเป็นสิ่งที่ดี เช่นมังสวิรัติ มักมีชีวิตอย่างเรียบง่าย สบายๆแต่ชอบเครื่องดื่มที่มีรสเปรี้ยว หรือขม อาหารที่เหมาะสมสำหรับคนในราศีนี้คืออาหารพวกปลาและผักผลไม้ โรคที่ต้องระวังคือโรคระบบลำไส้เล็ก จึงต้องละเอียดเรื่องการเลือกปรุงอาหารให้ สะอาดและปลอดสารพิษอยู่เสมอ

ราศีสิงห์ ถือว่าเด่นธาตุไฟ ชาวสิงห์ส่วนมากชอบการกินเช่นกันแต่แปลกออกไปตรงที่ชอบอะไรที่หรูหรา ราคาแพงชอบกินอาหารนอกบ้าน มักท้วมง่ายเพราะชอบอาหารที่มีมันเนยมาก จึงต้องพยายามควบคุมไม่ให้มีไขมันมากเกินไป ควรระวังเรื่องกระเพาะปัสสาวะ พยายามทานน้ำบริสุทธิ์มากๆ และควรบริโภคอาหารรสจืดให้เป็นนิสัย

ราศีกันย์ ถือว่าเด่นธาตุดิน ชาวราศีนี้เด็ดสุดเพราะเป็นคนฉลาดเลือกกิน ชอบกินอาหารที่ดี ถูกต้องตามหลักโภชนาการ แต่บางครั้งก็วิตกเรื่องการกินจนเกินเหตุ แต่มีข้อเสียคือมักไม่ชอบอาหารกากใย แต่จะชอบอาหารที่มีพลังงานต่ำแทน ระวังเรื่องโรคเกี่ยวกับไต พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ยาถ้าไม่จำเป็น และควรออกกำลังกายให้มากขึ้นแทนการคิดมากเรื่องสุขภาพ

ราศีตุลย์ ถือว่าเด่นธาตุลม ชาวตุลย์ชอบอาหารดีๆ และขนมหวานเช่น ทองหยิบทองหยอด ชอคโกแลต ขอเสียคือชอบทานรสชาติเผ็ดร้อนและมักมีปัญหาเรื่องโรคกระเพาะอาหารและโรคหัวใจ จึงต้องระวังอาหารประเภทมันเนย อาหารรสจัด รวมทั้งต้องรักษาน้ำหนักไม่ให้มากเกินไป เนื่องจากชาวตุลย์หากอ้วนแล้วจะลดยากมาก ทานอาหารรสจืดจะดีที่สุด

ราศีพิจิก ถือว่าเด่นธาตุน้ำ ราศีนี้ถือว่าการกินอาหารเป็นเรื่องโรแมนติก ชอบกินอาหารที่มีเครื่องเทศมาก ชอบปรุงแต่ง ประกอบอาหารด้วยตัวเอง และควบคุมน้ำหนักได้ดีถ้าตั้งใจแล้ว ชาวพิจิกควรลดอาหารที่เพิ่มความเย็นในร่างกายเช่น ไอศกรีมหรือน้ำแข็ง เพราะความร้อนในร่างกายมีไม่มาก ที่สำคัญควรทานอาหารให้พออิ่ม ไม่ทานครั้งละมากๆ
ราศีธนู ถือว่าเด่นธาตุไฟ ชาวราศีธนูมักให้ความสนใจเรื่องอาหารน้อย และมีความรีบเร่งอยู่ตลอด จึงมักทานอาหารจานด่วนแบบฟาสต์ฟู้ด และไม่ค่อยได้คิดถึงคุณค่าทางอาหาร ชาวราศีนี้จึงต้องระวังเรื่องโรคท้องเสีย โรคมะเร็ง เพราะอาหารย่างปิ้งและอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงมักมีสารก่อมะเร็งมาก ควรทานอาหารที่มีกากไฟเบอร์สูง ตลอดจนอย่ากินเร็วให้เคี้ยวละเอียดๆ

ในยุคที่กระแสคนรักสุขภาพกำลังได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก รวมทั้งคนไทย การกินเพื่อสุขภาพคือสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องให้ความใส่ใจ เพราะการกินไม่ใช่แค่การสนองความต้องการหรือให้อิ่มท้องเท่านั้น หากแต่ยังต้องคำนึงถึงผลที่มีต่อสุขภาพด้วย อาหารและสุขภาพเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน การเกิดโรคบางชนิดก็มีสาเหตุส่วนหนึ่งจากการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม หลายคนเคยหลงรูป รส หรือความสะดวกรวดเร็วของอาหารที่แฝงไปด้วยพิษภัยอย่างเงียบๆ เช่น ฟาสต์ฟูด อาหารสำเร็จรูป เบเกอรี่ ขนมขบเคี้ยว น้ำอัดลมฯลฯ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการกินที่ผิดและตกยุคทั้งนี้ ปัจจุบันคนทั่วโลกต่างให้ความสนใจและหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น จนเกิดกระแสรักสุขภาพและการกินเพื่อสุขภาพตามมา ดังนั้น จึงขอแนะนำ 7 เคล็ดลับการกินเพื่อสุขภาพเพื่อให้นำไปใช้กัน

1.ทานอาหารเช้าเป็นประจำ เพราะมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดและควรเป็นมื้อที่มีคุณค่าครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะนอกจากจะช่วยเติมพลังให้ร่างกายและสมองแล้ว ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดช่วยให้การเผาผลาญพลังงานดีขึ้น
2.เลือกอาหารจากธรรมชาติไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวบาร์เลย์(มอลต์) ถั่ว ข้าวสาลี (โฮลวีต) เมล็ดทานตะวัน เป็นต้น ซึ่งอาหารเหล่านี้มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งรวมของแร่ธาตุ วิตามิน โปรตีนที่ปราศจากคอเลสเตอรอลและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน มีสารแอนติออกซิแดนท์ ใยอาหารและปัจจัยอื่นช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยลดคอเลสเตอรอลและความดันโลหิตได้ หรืออาจเลือกอาหารที่มีส่วนผสมของธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ขนมปังโฮลวีต ซีเรียลจากมอลต์ เป็นต้น
3.เพิ่มผักผลไม้ในมื้ออาหารและทานเป็นประจำ เพื่อเพิ่มวิตามิน เกลือแร่และสารอื่นๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ช่วยนำคอเลสเตอรอลและสารก่อมะเร็งบางชนิดออกจากร่างกาย ทำให้ลดการสะสมของสารก่อมะเร็งบางชนิด และมีกากใยช่วยในการขับถ่าย ช่วยให้กระบวนการต่างๆ ในร่างกายดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.ลดขนมขบเคี้ยวและขนมอบ ที่มีแต่ไขมัน เกลือ น้ำตาลและสารปรุงแต่งอื่นๆ ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ หากอยากทานขนมอาจหันมาทานขนมที่มีส่วนผสมของธัญพืชเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับขนมที่มีประโยชน์น้อย อย่างไรก็ตาม ควรทานในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น
5.กินปลา ไข่และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน อาหารเหล่านี้เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ช่วยเสริมสร้างร่างกายในผู้เยาว์และซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสื่อมสลายในผู้สูงวัย เป็นส่วนประกอบของสารสร้างภูมิคุ้มกันโรคติดเชื้อ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคอ้วน ไขมันในเส้นเลือดสูง เป็นต้น
6.ดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแทนน้ำหวาน น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีน้ำตาลสูง การดื่มน้ำผักผลไม้ก็เป็นทางเลือกที่ดีเพราะอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินและแร่ธาตุกว่า 50 ชนิด เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัน
7.ดื่มน้ำและนมให้เป็นนิสัย ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยระบบขับถ่ายและมีน้ำหล่อเลี้ยงในเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย และควรดื่มนมอย่างน้อยวันละ 1-2 แก้ว ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ เพราะนมอุดมไปด้วยคุณค่าโภชนาการสูง ช่วยในการเจริญเติบโตของเด็กๆ ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง โดยชนิดของนม ขึ้นอยู่กับวัย หากเป็นเด็กทีกำลังเจริญเติบโตควรเป็นนมจืดธรรมดา แต่ในผู้สูงอายุควรเป็นนมพร่องมันเนยเพื่อมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอล

“การกินเพื่อสุขภาพมีหลากหลายวิธี อยู่ที่ใครจะเลือกปฏิบัติแบบใด แต่หลักง่ายๆ คือทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ครบทุกมื้อ แต่เลือกชนิดและปริมาณที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยจึงจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อารมณ์ที่สดใส และห่างไกลจากโรคร้ายต่างๆ”